8 ภูเขาไฟที่สวยจนน่าทึ่งที่สุดในโลก!

 

     เมื่อพูดถึง "ภูเขาไฟ" หลายๆคนอาจจะนึกถึงลาวา แมกม่าและความยิ่งใหญ่อลังการของมันเมื่อครั้งตอนระเบิด แม้ภูเขาไฟบางลูกจะดับไปแล้ว (หรือยังมีการปะทุอยู่บ้างนานๆครั้ง) แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในปัจจุบัน ภูเขาไฟเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม และยังเป็นแลนดมาร์คสำคัญในบางประเทศที่นักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนไม่ควรพลาด เพราะนอกจากความยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟแล้ว ภูมิทัศน์โดยรอบ เช่นน้ำพุร้อน และ ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศต่างๆของมันยังสวยงามน่าประทับใจมากอีกด้วย

     หากคุณอยากไปเที่ยวชมภูเขาไฟแต่ยังไม่รู้จะไปไหนดี เรามี 8 ภูเขาไฟที่สวยจนน่าทึ่งที่สุดในโลก มาแนะนำค่ะ!

 

 

 

1. เกาะซานโตรินี, ประเทศกรีซ (Santorini, Greece)

     เริ่มต้นด้วยเกาะในฝันอย่าง ซานโตรินี เมืองขึ้นชื่อลือชาเรื่องสถาปัตยกรรมและตึกสีขาวตัดกับหน้าผาหลากสีสัน เกาะกรีกถือเป็นหนึ่งในส่วนที่เกิดจากภูเขาไฟระเบิดเมื่อประมาณก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 16 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ การระเบิดครั้งนี้ทำให้เกาะหลายเกาะหายไป 
รวมถึงหมู่บ้านเก่าแก่ที่ตั้งรกรากอยู่ด้วย

     ปัจจุบัน ซานโตรินีดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกที่อยากมาชมธรรมชาติที่ถูกตกทอดมาตั้งแต่สมัยอดีต 
"ถ้าอยากรู้ว่ามันน่าอัศจรรย์ยังไง คุณต้องลองแล่นเรือเข้าไป (ในแอ่งภูเขาไฟ) และไปยืนริมหน้าผาตอนช่วงพระอาทิตย์ตกดิน"
หนึ่งในผู้มาเยือนแนะนำ 

     โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกาะ Nea Kameni เกาะไร้ผู้คน ก็เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด 
"ตัวเกาะ Nea Kameni ก็ไม่สวยหรอก เหมือนจุดดำๆด่างๆในภาพวาดที่งดงาม แต่ถ้าลองปีนขึ้นไปรอบๆ คุณจะเห็นว่ามันมีความสวยงามในแบบของมัน หลุมลาดต่างๆจากการระเบิดตั้งแต่สมัยโบราณผสมกับปัจจุบัน ทำให้มันแตกต่างจาภูเขาไฟโบราณที่อื่น" 

 

2. ภูเขามายอน, ประเทศฟิลิปปินส์ (Mount Mayon, Philippines)

     ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างฟิลิปปินส์ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีธรรมชาติหลากหลายค่ะ สำหรับภูเขามายอน ตั้งอยู่บนเกาะลูซอน ประมาณ 450กิโลเมตรจากทางตอนใต้ของกรุงมะนิลา ภูเขามายอนเป็นภูเขาไฟที่ยังมีการปะทุมากที่่สุดในฟิลิปินส์ เช่นการปะทุช่วงกันยายน 2014 ทำให้ประชากรหลายพันคนต้องอพยพออกจากพื้นที่
นอกจากนี้ ความพิเศษของภูเขามายอนคือเป็นภูเขาไฟประเภทกรวยสลับชั้น ที่เกิดจากการไหลของลาว ทำให้รูปทรงของมันสมมาตรและสวยงามอย่างน่าทึ่ง

     "ภูเขามายอนในฟิลิปปินส์ที่มีรูปทรงสมบูรณ์แบบ ตั้งตระหง่านอยู่กลางพื้นดิน ส่วนขี้เถ้าและลาวาที่ไหลลงมาก็เหมือนสิ่งที่ทำให้มันพิเศษมากขึ้น" Vortselas กล่าว 
     สำหรับใครที่ปีนขึ้นไปบนภูเขาไฟ ก็จะได้รับรางวัลเป็นทิวทัศน์ของเมืองอัลเบย์และมหาสมุทรแปซิฟิค แต่ถ้าใครที่ชอบวิวจากที่ไกลๆ ที่นี่มีพื้นที่ประวัติศาสตร์ชื่อว่า Cagsawa Ruins ซึ่งครั้งหนึ่งในศตวรรษที่ 18 โบสถ์ฟรานซิสกันของที่นี่ถูกทำลายจากกภูเขาไฟระเบิดเมื่อปี 1814  จนปัจจุบัน หอคอยหินนั้นยังคงตั้งอยู่ เหมือนสัญลักษณ์ของสิ่งก่อสร้างจากมนุษย์ที่เคยเผชิญหน้ากับความมหัศจรรย์จากธรรมชาติ

 

3. ยอดเขาคิริมันจาโร ประเทศแทนซาเนีย (Mount Kilimanjaro)

     ไปที่แอฟริกากันบ้างดีกว่า ที่นี่เป็นที่ที่นักผจญภัยจากทั่วทุกมุมโลกมักมุ่งตรงมาที่เขตชายแดนประเทศแทนซาเนียและเคนย่าเพื่อท้ารบกับคิลิมันจาโร ภูเขาที่สูงที่สุดในแอฟริกา แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า คิลิมันจาโรยังเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดในทวีป และมีกรวยสามยอดเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย!
ถึงแม้ว่าสองในสามกรวยภูเขาไฟคิลิมันจาโรอย่างง Mawenzi และ Chira จะดับแล้ว แต่กรวยที่สูงที่สุดอย่าง Kibo ยังคงมีการครุกกรุ่นและปล่อยไอน้ำหรือแก๊สออกมาบ้างเป็นครั้งคราว

     "ใครที่ต้องการปีนยอดเขาคิลิมันจาโรที่มีระดับความสูงถึง 5,895 เมตร ก็จำเป็นต้องเตรียมตัวสำหรับอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง" Julienn Vache กล่าว
     "ถ้าคุณตัดสินใจที่จะลอง คุณจะได้สัมผัสอากาศอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียนในป่า จนถึง -15องศาเซลเซียสบนยอดของ Uhuru ซึ่งเป็นจุดสูงที่สุดของภูเขา"

 

4. ปล่องภูเขาไฟโกรงโกโร ประเทศแทนซาเนีย (Ngorongoro Crater, Tanzania) 

     ถ้าคุณเดินทางจากฝั่งตะวันตกของคิลิมันจาโรไปอีกประมาณ 200 กิโลเมตร ปล่องภูเขาไฟโกรงโกโรรอต้อนรับคุณอยู่ค่ะ โกรงโกโรเคยเป็นภูเขาไฟที่เป็นคู่แข่งเรื่องความสูงกับยอดเขาคิลิมันจาโรมาก่อน คาดการณ์กันว่ามันเคยสูงเกือบๆ 4500-4800 เมตรเลยทีเดียวก่อนจะยุบตัวลงมา 

     ทุกวันนี้ ด้วยเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 22.5 กิโลเมตรและความลึก 610 เมตร โกรงโกโรคือปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก และสร้างระบบนิเวศน์อันเป็นเอกลักษณ์ให้สัตว์ป่าท้องถิ่นมากมาย 
     "น้ำตกหลายสายจากปล่องภูเขาไฟไหลผ่านพืชสีเขียวมากมาย และลงมาเติมเต็มทะเลสาบด้านล่างที่เต็มไปด้วยฝูงนกฟลามิงโก้และสัตว์ท้องถิ่นเต็มริมฝั่ง ทั้งสิงโต ฮิปโปโปเตมัส ควายป่า ม้าลาย ละมั่ง และแรด" Vache กล่าว

 

5. ยอดเขาเกอลีมูตู ประเทศอินโดนีเซีย (Mount Kelimutu, Indonesia)

     กลับมาที่ฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกหนึ่งเพื่อนบ้านประเทศอาเซียนของเรา อินโดนีเซียก็เป็นอีกประเทศที่มีภูเขาไฟและยอดเขาที่สวยงามมากมาย สำหรับยอดเขาเกอลีมูตู ที่นี่มีทะเลสาบสามสีอันน่าพิศวงตั้งอยู่บริเวณปากปล่องภูเขา ซึ่งดึงดูดทั้งนักวิทยาศาสตร์และนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเยี่ยมชมและศึกษาเกาะแห่งพฤษศาสตร์ ณ เมืองนูซา เติงกาเรอ ที่ตั้งของภูเขาแห่งนี้

     "ทะเลสาบที่หนึ่งเป็นสีเขียวมรกต อีกที่เป็นสีแดงเข้ม และที่สุดท้ายเป็นสีดำ" ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายว่าสีของมันเกิดจากปฏิกิริยาทางเคมีที่เกิดเวลาแก๊สจากภูเขาไฟปะทะกับธาตุต่างๆในทะเลสาบ แต่ในขณะเดียวกัน ชาวบ้านที่อาศัยบริเวณนั้นก็มีความเชื่อที่แตกต่างออกไป 
     "ชาวบ้านเชื่อกันว่าทะเลสาบคือที่อยู่ของวิญญาณผู้ที่จากไป และเปลี่ยนสีอย่างฉับพลันตามกระแสวิญญาณ" Sunni Mewatt อธิบาย "ถึงแม้ว่าจะมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสีของทะเลสาบ แต่บรรยากาศอันน่าขนลุกรอบๆทะเลสาบที่เปรียบเหมือนที่อยู่ของวิญญาณก็ยังคงอยู่" 

 

6. ภูเขาไฟคีลาเว เกาะฮาวาย (Kilauea, Hawaii)

     ไปที่เกาะฮาวาย สหรัฐอเมริกากันบ้าง ณ ฮาวาย นอกจากทะเลแล้ว ภูเขาไฟของฮาวายก็เป็นที่ขึ้นชื่อเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องการปะทุและพื้นที่อันสวยงามบริเวณโดยรอบ ซึ่งภูเขาไฟเคลาวี เป็นภูเขาที่ที่อายุน้อยที่สุดในฮาวาย ตั้งแต่สมัย 1983 มาจนปัจจุบัน

     "ลาวาจำนวนมากไหลผ่านตรงลงมาที่ทะเล เกิดเป็นภาพหินสีดำและเมฆสีควันจำนวนมากที่สวยงามอย่างน่าประหลาด" 

 

7.  ภูเขาไฟเมานาเคอา เกาะฮาวาย (Mauna Kea, Hawaii) 

     ในอีกมุมหนึ่ง เมานาเคอาก็เป็นอีกหนึ่งภูเขาไฟเก่าแก่ที่อายุมากกว่าหมื่นปี ตั้งตระหง่านเป็นที่สะดุดตาและสร้างความประทับใจในรูปร่างสูงตรงห่างจากระดับน้ำทะเลถถึง 4,205 เมตร 

     "เมานาเคอาในฮาวายเป็นทั้งสถานที่ที่สวยงามและที่อยู่ของขุมทรัพย์ปริศนาต่างๆ รวมถึงทะลเสาบเยือกแข็งที่เข้าไปได้ด้วยการปีนขึ้นไปเท่านั้น (ราวๆ 6ไมล์ ไปกลับประมาณสิบชั่วโมง" 
     "คุณต้องไปดูหิมะในฤดูหนาวของที่นั่น ตอนนั้นแทบไม่มีใครเลย เรากับอีกคู่หนึ่งเป็นคนกลุ่มเดียวที่ปีนจากฐานภูเขาขึ้นไปจนถึงทะเลสาบ Waiau" Lesly Simmons แนะนำ

 

8. ภูเขาไฟฟูจิ หรือฟูจิซัง (Mount Fuji, Japan)

     ที่สุดท้าย ณ ประเทศญี่ปุ่น จุดหมายปลายทางยอดนิยมของบ้านเรา ถ้าพูดถึงภูเขาที่ประเทศนี้ ก็คงไม่พ้น ภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งอาจเป็นภูเขาไฟกรวยสลับชั้นที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกก็ว่าได้ ภูเขาไฟฟูจิได้กลายเป็นต้นกำเนิดของศิลปะสร้างสรรค์มากมายตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา 

     "มันเป็นสัญลักษณ์ของชาติ ของประเทศญี่ปุ่น รูปหิมะที่อยู่ปกคลุมบนยอด ปรากฎอยู่ในระยะไกลๆ และมีต้นซากุระอยู่ข้างหน้า"
     ไม่ใช่แค่ตัวภูเขาเท่านั้นที่สวยงามและลึกลับ แต่ป่าอาโอกิฮาบาระในบริเวณตอนตะวันตกเฉียงเหนือของภูเขายังคงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดจินตนาการต่างๆ เช่นเรื่องเล่าตำนานพื้นบ้านที่ว่ามีทั้งปีศาจและยักษ์อาศัยอยู่ ณ ป่าแห่งนั้น อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยภูเขาไฟลูกนี้ก็ยังเป็นสวรรค์อันปลอดภัย เพราะมันระเบิดครั้งล่าสุดเมื่อปี 1707 และยังไม่เคยปะทุขึ้นมาอีกเลย 

 

     เป็นอย่างไรบ้างคะกับ 8 ภูเขาไฟที่สวยจนน่าทึ่งที่สุดในโลก แต่ละที่ล้วนมีเอกลักษณ์ที่สวยงามของตัวเองกันทั้งนั้นเลย ถ้าใครสนใจจะไปเยี่ยมชมภูเขาไฟสักที่ เช่น ปล่องภูเขาไฟที่เมืองซานโตรินี หรือภูเขาไฟฟูจิ สามารถกดเข้าไปที่ ทัวร์ยุโรป และ ทัวร์ญี่ปุ่นได้เลยค่ะ 

ขอบคุณต้นฉบับบทความจาก BBC Travel: http://www.bbc.com/travel/story/20150520-the-worlds-most-beautiful-volcanos

Visitors: 5,092