ใช้ชีวิตอย่างแตกต่างที่ บูดาเปสต์

           มีใครอยากไปเที่ยวประเทศแถบยุโรปบ้างคะ! หลายๆคนคงตอบในใจว่าอยากไป แต่กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย บอกเลยค่ะว่าเมื่อคุณได้ทำความรู้จักกับ "บูดาเปสต์" เมืองหลวงของประเทศฮังการี คุณจะต้องเปลี่ยนใจแน่ๆ ที่นี่มีความแตกต่างจากเมืองอื่นๆอย่างไร แล้วทำไมค่าใช้จ่ายถึงต่างจากประเทศอื่นๆ? บทความนี้มีคำตอบมาให้แล้วค่ะ

หมายเหตุ: บทความนี้แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษโดย BBC

ใช้ชีวิตสองด้านกับสองเมืองใน "บูดาเปสต์"

          หลายๆคนคงคุ้นหูกับชื่อเมือง "บูดาเปสต์" เมืองหลวงของประเทศฮังการี เมืองที่ได้รับฉายาว่าไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ ที่เมืองนี้มีความพิเศษและเป็นเอกลักษณ์แบบที่หาที่ไหนไม่ได้มากมาย ที่นี่แบ่งเป็นสองฝั่ง ซึ่งทั้งฝั่ง“บูดา” และ “เปสต์” ไม่เพียงแต่กลลายเป็นชื่อเมืองหลวงของประเทศฮังการี แต่เป็นการนิยามวิถีชีวิตที่แตกต่างกันของแต่ละฝั่งอีกด้วย

          เมืองหลวงของประเทศฮังการีนั้นเป็นเมืองที่ถูกแบ่งกั้นด้วยแม่น้ำดานูบ ทั้งสองฝั่งถูกแบ่งออกและใช้ชื่อเมืองเป็นคำว่า "บูดา" และ "เปสต์" ซึ่งนอกจากจะเป็นชื่อของเมืองแล้ว ยังกลายเป็นคำนิยามของวิถีชีวิตของประชาชนคนอาศัยในเมืองนั้นๆด้วย

         “ที่เมืองเปสต์ ทุกอย่างรวดเร็วไปหมด และอะไรก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ที่นี่มีทั้งบาร์ ร้านอาหาร และจุดนัดพบมากมาย ในขณะเดียวกัน ก็เป็นที่ตั้งของบริษัทหลายๆบริษัทริมฝั่งแม่น้ำเช่นกัน” Wiktoria Skiba อธิบาย เธอมาจากโปแลนด์ และเป็นเจ้าของ The Spoiled Queen บล็อคของบูดาเปสต์

          “ส่วนเมืองบูดาจะสงบกว่า ล้อมรอบไปด้วยภูเขามากมาย คุณสามารถเห็นพื้นที่สีเขียวและอากาศที่บริสุทธิ์มากมายที่นั่น มากกว่าฝั่งเปสต์ด้วย" เธอเสริม

         ด้วยความที่เมืองนั้นแบ่งเป็นสองฝั่ง ประชาชนแต่ละเมืองก็มีความภาคภูมิใจในเมืองของตัวเองเช่นกัน

          “เรารักและภูมิใจในเมืองแห่งวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเรา” G.Nora ผู้ทำงานที่ศูนย์ท่องเที่ยวเมืองบูดาเปสต์กล่าว “เราชอบสำรวจพื้นที่ใหม่ๆในเมือง แต่ขณะเดียวกัน เราก็ต้องการดูแลมรดกของเราเช่นกัน”

        โดยมากนั้น ประชาชนที่นี่เป็นที่รู้กันว่าเป็นมิตรและสบายๆกับชาวต่างชาติ และแน่นอนว่าโอกาสใหม่ๆในการทำธุรกิจหรือสิ่งต่างๆก็กำลังดึงดูดชาวต่างชาติเข้ามาในเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ

         “ตามค่าเฉลี่ยของผู้เชี่ยวชาญ บูดาเปสต์เป็นเมืองในอุดมคติสำหรับดิจิตอลและเทคโนโลยีต่างๆเลยล่ะ พวกธุรกิจสตาร์ทอัพนี่อนาคตสดใสมาก” Gabor Bihari หัวหน้าบรรณาธิการของสื่อสิ่งพิมพ์ต่างประเทศที่มาไกลจากลอสแองเจิลลิสร่วมยืนยัน

         ในขณะที่ประชาชนอายุมากมีแนวโน้มเก็บตัวสูง ชาวฮังกาเรียนรุ่นปัจจุบันและรุ่นที่กำลังโตกลับมีแนวโน้มที่จะเปิดใจกว้างกว่าคนรุ่นเก่าและเป็นมิตรกับผู้มาเยือนเช่นกัน ทำให้เมืองนี้เป็นสถานที่ที่ดีและอบอุ่นสำหรับชาวต่างชาติมากไปกว่าเดิม

 

ล้วคุณอยากอยู่ที่ไหนล่ะ?

         ส่วนมาก ครอบครัวทั่วไปจะชอบอยู่ทางฝั่งบูดามากกว่า ในขณะที่ทางฝั่งเปสต์จะเป็นที่นิยมสำหรับพวกรุ่นใหม่ไฟแรงอายุน้อยๆและผู้ที่ชอบงานสังสรรค์ทั้งหลาย นอกจากนี้ ที่เมืองนี้ยังแบ่งเป็น 23 เขต แต่ละเขตก็มีจิตวิญญาณเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น

         “ฉันรักการใช้ชีวิตในเขต VII มาก ที่นี่เป็นแหล่งสังสรรค์ชั้นเยี่ยม ฉันชอบที่อยู่ปัจจุบันของฉันด้วย” Skiba กล่าว “มันเป็นมากกว่าพื้นที่ที่ใช้สำหรับอยู่อาศัย ร้านค้ามากมาย ทั้งร้านกาแฟ ร้านรวงเล็กๆน้อยและพื้นที่ที่ใช้ทำงานอย่าง Mozaik ซึ่งเป็นแหล่งสตาร์ทอัพของเทคโนโลยีต่างๆในบูดาเปสต์”

            เขต V นั้นตั้งอยู่ที่ Fővám tér และ ถนน Kecskeméti ในฝั่งเปสต์ ที่นี่ก็เป็นอีกฝั่งยอดนิยมสำหรับชาวต่างชาติ ถึงแม้ว่ามันจะดู “หรูเลิศ” และ "ผู้ดี" แต่มันก็ถูกเชื่อมต่อกันโดยรถไฟฟ้าทั้งสองสาย รถไฟฟ้าใต้ดิน และรถเมล์ รวมถึงคาเฟ่และบาร์มากมายใกล้แม่น้ำ ที่คนชอบใช้เป็นสถานที่ในการสนุกร่วมกัน (ซึ่งหมายความว่ามันเดินทางสะดวกมากเลย!)

          ที่ๆเคยเป็นพื้นที่อันตรายอย่าง เขต VII ที่อยู่บนฝั่งเปสต์ก็ได้กลายเป็น “จุดนัดพบทางวัฒนธรรม” ไปแล้ว
“มันมีกลิ่นอายความโรแมนติก ซึ่งที่นี่อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้” 

         ชาวพื้นเมืองยังแนะนำเขต XII และ II ทั้งสองฝั่งอยู่ในฝั่งบูดา สำหรับครอบครัวและคนที่ชอบพื้นที่สงบสุข ซึ่งดูจะสะอาดกว่าและบริสุทธิ์กว่าฝั่งเปสต์

 

ล้วไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง?

       ชาวบ้านที่นี่นั้นมีหลายช่องทางในเมืองของตัวเอง และพวกเขาก็พยายามจะหาประโยชน์จากช่องทางนั้นๆในทุกๆโอกาส เช่นเกาะมาการ์เรต ในดานูบก็เป็นอีกหนึ่งที่ปีนเขายอดนิยม ตั้งอยู่ห่างจากเมืองไปประมาณ 3.5 กิโลเมตร 

          ห่่างออกไปจากตัวเมืองฝั่งตะวันตกประมาณ 7 กิโลเมตรบนเนินเขาบูดา ที่นี่ก็เป็นอีกที่ที่ได้รับความนิยมตลอดปี “มันเป็นวิวที่ยอดเยี่ยมมากของเมืองนี้ ในฤดูหนาว คุณสามารถเล่นสกีได้ และในฤดูร้อน คุณสามารถไปปิกนิคกับครอบครัวที่สนามได้สบายๆ”

          เกาะ Obudai Sziget ที่อยู่ไกลออกไปทางเหนือประมาณ 5 กิโลเมตรจากใจกลางเมืองดานูบก็เป็นจุดเริ่มต้นของ "Sziget Festival" หนึ่งในเทศกาลดนตรีและวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป

          ไกลออกไปจากนั้น แถบชานเมืองของประเทศฮังการีก็เต็มไปด้วยกีฬามากมายที่ได้รับความนิยมอย่่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในวันหยุด เช่นที่ทะเลสาบบาลาตอน ซึ่งอยู่ไกลออกไปจากตัวเมืองประมาณ 100 กิโลเมตรทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ที่นี่เป็นพื้นที่ให้นักว่ายน้ำ นักพายเรือ รวมไปถึงนักปั่นจักยาน สามารถมาใช้ประโยชน์ในเส้นทางรอบๆทะเลสาบได้อย่างสบาย

          เมืองเล็กๆทางตอนเหนือจากเมืองดานูบ ก็ได้รับความนิยมในฐานะพื้นที่สำหรับหลบหนีความวุ่นวายเช่นกัน เช่นเมือง Szentendre ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 20 กิโลเมตรทางตอนเหนือ ที่นี่เป็นสถานที่ขึ้นชื่อเรื่องพิพิธภัณฑ์และพื้นที่จัดสแดงซศิลปะต่างๆ รวมทั้งเมือง Visegrad ที่อยู่ห่างออกไปทางตอนเหนือประมาณ 45 กิโลเมตร ที่นี่มีปราสาทในสมัยกลาง และเป็นป้อมปราการโบราณเป็นจุดขาย และเมือง Esztergom ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตอนเหนืออีกประมาณ 50 กิโลเมตร ก็เป็นที่ตั้งของ อาสนวิหารที่ใหญ่ที่สุดของชาวฮังการีอีกด้วย!

          นอกจากนี้ ประเทศเพื่อนบ้านอย่างออสเตรเรีย คอสตารีก้า และ โรมาเนีย ก็เป็นอีกเมืองที่ค่าครองชีพไม่สูงนัก อีกทั้งยังง่ายต่อการเดินทางไปเยือน โดยสามารถโดยสารด้วยรถไฟและเครื่องบินได้สบายๆ

 

ล้วราคาถูก จริงหรือมั่ว?

         สำหรับพวกอาหาร เครื่องดื่ม และ ห้องพัก นั้นราคาไม่แพงมากนัก แต่เนื่องจากภาษีที่มีมูลค่าสูง สิ่งของอย่างเช่น โน็ตบุ้ค และ เครื่องใช้ไฟฟ้าจะสามารถมีราคาสูงขึ้นมากกว่าในบางพื้นที่ในยุโรป

          อย่างไรก็ตาม นักเดินทางส่วนมากเห็นพ้องต้องกันว่าเมืองบูดาเปสต์นั้นเป็นเมืองที่ค่าใช้จ่ายไม่แพงและสามารถจ่ายได้มากกว่าหลายๆเมืองของประเทศในยุโรป

         "ที่นี่เป็นหนึ่งในที่ๆที่คุ้มค่าที่สุดในโลกเมื่อเทียบค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันกับคุณภาพชีวิตที่ได้รับ" หนึ่งในผู้มาเยือนกล่าว

  

 

เมืองบูดาเปสต์เป็นเมืองในยุโรปอีกเมืองหนึ่งที่หลายๆคนอาจมีความคิดว่ามันแพงมากและยากมากที่จะจ่ายไหว ซึ่งเราก็ได้รู้กันแล้วนะคะว่ามันอาจจะไม่ได้แพงอย่างที่คิดก็ได้! ถ้าใครสนใจจะไปเยือนเมืองสองฝั่งและใช้ชีวิตแบบสองด้านที่นี่ สามารถกดดูได้ที่ ทัวร์ยุโรป ได้เลยค่ะ มีทัวร์มากมายในประเทศแถบยุโรปรอท่านอยู่ รับรองว่าประทับใจแน่นอนค่ะ

 ขอขอบคุณบทความต้นฉบับจาก http://www.bbc.com/travel/story/20160831-the-city-that-lives-a-double-life

 

Visitors: 5,619