โปรตุเกส

 

 

    โปรตุเกสเป็นประเทศที่เก่าแก่มากชาติหนึ่งในสหภาพยุโรป และเป็นประเทศที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ชาติไทยของเรามาเนิ่นนานนับหลายร้อยปี  โดยชื่อโปรตุเกสนั้น เป็นชื่อที่ชาวโรมันตั้งให้ว่า Portus Cale ซึ่งมีความหมายว่า "ท่าเรือที่สวยงาม" จึงไม่น่าแปลกใจที่มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากต่างเดินทางไปยังดินแดนแห่งนี้ ด้วยเพราะโปรตุเกสเป็นประเทศที่สวยงาม มีอากาศอบอุ่น ฤดูหนาวไม่หนาวจัด ทางภาคใต้ของโปรตุเกสมีอากาศอบอุ่นตลอดปี นอกจากนี้การเดินทางยังมีความสะดวกสบาย  การบริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถเมล์ รถราง รถไฟใต้ดิน หรือรถแท็กซี่ มีอย่างแพร่หลายและค่อนข้างจะทั่วถึง

     

    ดินแดนที่มีด้วยความหลากหลายของวัฒนธรรมและภูมิประเทศ ชายหาดเต็มไปด้วยรีสอร์ทที่มีบริการชั้นเลิศ คุณจะได้สัมผัสความน่ารักของหมู่บ้านเล็กๆที่ไม่มีความแตกต่างจากศตวรรษก่อนแม้แต่น้อยนิด โปรตุเกสเป็นดินแดนแห่งเสียงเพลง ไวน์ชั้นเยี่ยม ชีวิตยามราตรีที่สนุกสนาน เมืองมรดกโลก และการดำเนินชีวิตอันแสนเรียบง่ายซึ่งเป็นอีกเสน่ห์ของชาวโปรตุกีส


    ประเทศโปรตุเกสเต็มไปด้วยชายหาดที่สวยงาม สถานที่สำหรับเล่นกระดาน โต้คลื่น ปราสาทและวิหารตระการตา ด้วยอากาศอบอุ่นตลอดปี ด้วยอัตราการเกิดอาชญากรรมที่ต่ำมาก รวมถึงเทศกาลรื่นเริงที่มีให้เข้าร่วมตลอดทั้งปี ไม่ต้องสงสัยเลยว่าโปรตุเกสเป็นหนึ่งในปลายทางการท่องเที่ยวที่คุณสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่อย่างแน่นอน และอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ยังทำให้โปรตุเกสยังคงเป็นเมืองที่มีกลิ่นอายเเห่งความลงตัวนั่นก็คือศาสนาเเละวัฒนธรรมของโปรตุเกสนั่นเองค่ะ


   ชาวโปรตุเกสจะนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเป็นส่วนใหญ่ (ร้อยละ 94) โปรเตสแต็นต์และอื่นๆ รวม ร้อยละ 6 โดยทุกศาสนาอยู่รวมกันอย่างสันติ

 

    ชุดประจำชาติของประเทศโปรตุเกส ผู้หญิงสวมหมวกผ้าแบบไม่มีปีก หรือหมวกไหมพรม ใส่เสื้อผ้าแขนยาวและผ้าคลุมไหล่ที่มีสีสัน กระโปรงถักลายท้องถิ่น พร้อมถุงเท้ายาว เเละมีไว้ใส่สำหรับกิจกรรมพิเศษ ส่วนผู้ชายสวมหมวก ใส่เสื้อขาวทับด้วยเสื้อกั๊ก และกางเกงขายาวคาดด้วยผ้าไหมพรม มีลักษณะคล้ายชุดประจำชาติของประเทศสเปน เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศมีพรมแดนอยู่ติดกัน

 

     ทางด้านวรรณคดี โดยเป็นวรรณคดีตะวันตกยุคแรกๆ นักเขียนและกวีที่มีชื่อเสียง อาทิ เช่น Luís deCamões(กวีเอก) Almeida Garrette(กวียุคจินตนิยม) Fernando Pessoa(กวียุคทันสมัย) José Saramago (นักเขียนรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ปี ค.ศ. 1998)

 

ทางด้านดนตรี มีหลายประเภท แต่ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่สุดคือดนตรีฟาดู (Fado) ซึ่งเป็นดนตรีพื้นบ้าน เนื้อหาอาลัยอาวรณ์ในโชคชะตา ร้องคู่กับกีตาร์โปรตุเกส นักร้องเพลงฟาดู้ที่มีชื่อเสียง อาทิ Amália Rodrigues และ Marisa dos Reis Nunes

 

       อีกทั้งยังมีธรรมเนียมค่าตอบแทนในการบริการในต่างประเทศนั้นๆซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมารยาทของนักท่องเที่ยวควรให้ทิปสำหรับคนที่ให้บริการ เช่น คนขับรถ พนักงานที่ช่วยอำนวยความสะดวกภายในโรงแรม และไกด์ท้องถิ่น ที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านระหว่างการเดินทาง

 

      และสิ่งที่สำคัญเมื่อเราอยากจะสัมผัสกลิ่นอายความเป็นโปรตุเกสมากยิ่งขึ้น อาหารโปรตุเกสก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงทางด้านรสชาติอร่อยถูกปากที่สุดประเทศหนึ่งในยุโรปซึ่งนิยมบริโภคปลาเป็นอาหารหลัก อาหารขึ้นชื่อนี้คือ บาคัลเยา (Bacalhau) หรือ ปลาคอดดองเกลือ นอกจากนี้หลายคนคงจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่า ประเทศโปรตุเกสเป็นผู้เข้ามาถ่ายทอดวิธีทำขนมหวานให้กับบรรพบุรุษของไทย จนได้ประยุกต์เป็นขนมหวาน เช่นพวกทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ดังนั้นเมื่อได้ไปโปรตุเกสก็ควรไปชิมของหวานของโปรตุเกส เช่น Pastel de Mata และ Ovos Moles เป็นต้นค่ะ

     

     หากคุณกำลังมองหาที่พักวันหยุดซึ่งเต็มไปด้วยกิจกรรมอันหลากหลายแล้ว โปรตุเกสเป็นหนึ่งในประเทศแถบยุโรปที่สามารถสนุกกับกิจกรรมขี่ม้า เล่นกระดานโต้คลื่น วินเสิฟ สกีน้ำและตกปลาได้อีกด้วย อีกหนึ่งประสบการณ์ที่คุณไม่ควรพลาดหากมีโอกาสมาเยือนโปรตุเกสคือการดื่มดำกับดนตรีแนวฟาโด (ดนตรีแนวโซลของโปรตุเกส) รวมถึงการเข้าร่วมเทศกาลต่างๆ ของประเทศซึ่งมีการแสดงพื้นเมืองมากมายให้เลือกชม ลิ้มลองปลาสดๆ พร้อมไวน์รสเลิศ

ไม่ว่าคุณวางแผนการท่องเที่ยวในรูปแบบไหน โปรตุเกสเป็นคือดินแดนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจและเชิญชวนให้คุณสัมผัสด้วยตัวของคุณเองค่ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.iam-tour.com/country_info/spain-portugal-religion-culture/

 

Visitors: 4,635