7สิ่งที่ควรเตรียมก่อนไปเวียดนาม

     ว่าด้วยเรื่องการท่องเที่ยวที่ประเทศเวียดนามนั้น ถึงแม้จะเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ดูสภาพแวดล้อมแล้วก็ไม่น่าจะแตกต่างจากไทยมากเท่าไหร่ แต่เชื่อเถอะค่ะ ขึ้นชื่อว่า “ต่างประเทศ” แล้ว ยังไงก็ต้องมีหลายสิ่งหลายอย่างที่แตกต่างเราอย่างแน่นอน จำไว้นะคะว่า “เตรียมตัวดี มีชัยไปกว่าครึ่ง” เฮ้! ยิ่งคนที่กำลังจะเดินทางไปเที่ยวประเทศเวียดนามเป็นครั้งแรกแล้วละก็…เราแนะนำว่าคุณต้องอ่าน เพราะนี่คือ 10 สิ่งที่ “คุณควรจะต้องเตรียม ก่อนเดินทางไปเที่ยวเวียดนาม” โดยทั้งหมดรวบรวมมาจากประสบการณ์จริงและน่าเชื่อถือได้ จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

1.ศึ

     “ฝนตกแดดออก” หรือ “เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว” มันมีจริงๆในประเทศเวียดนามค่ะ บางวันมีทั้งแดด ทั้งฝน และทั้งหนาว ครบถ้วน 3 ฤดู เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเดินทางไปเที่ยวเวียดนาม เรื่องฝนฟ้าอากาศจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากที่จะต้องศึกษา เดี๋ยวแพลนที่วางๆ กันไว้ จะล่มไม่เป็นท่า แบบนี้ล่ะแย่แน่ๆเลยนะคะ

    สภาพอากาศของประเทศเวียดนามก็จะแตกต่างกันออกไปตามภูมิภาค ทีนี้ก็ต้องอยู่ที่เราแล้วล่ะว่าจะเลือกไปเที่ยวภาคไหนของเวียดนาม

 

สภาพอากาศของเวียดนามเหนือ (ในกรุงฮานอย ซาปา ฮานอย ฮาลองเบย์ ) มี 4 ฤดูหลัก คือ
  1.ฤดูใบไม้ผลิ ระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน จะมีฝนตกปรอยๆ และมีความชื้นสูง อุณหภูมิประมาณ 17 องศา – 23 องศา ดังนั้นร่มและเสื้อกันฝนควรมีติดกระเป๋าไว้นะคะ
  2.ฤดูร้อน ระหว่างเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม อากาศร้อนและมีฝน อุณหภูมิประมาณ 30 – 39 องศา เดือนที่ร้อนที่สุดคือเดือนมิถุนายน แดดที่นี่จะร้อนถึงร้อนจัด เรียกได้ว่าเดินออกไปกลางแดดนี่แสบตัวกันเลยทีเดียว แนะนำให้ทาครีมกันแดดที่มี SPF สูงสุดเท่าที่จะหาได้ และพกอุปกรณ์กันแดดไปด้วยในทุกๆที่
  3.ฤดูใบไม้ร่วง ระหว่างเดือน กันยายน-พฤศจิกายน อุณหภูมิ 23 – 28 องศา เป็นช่วงที่อากาศไม่ได้ร้อนมาก เหมาะกับการไปเที่ยวเวียดนามเหนือเป็นอย่างยิ่ง
  4.ฤดูหนาว ระหว่างเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ อากาศจะหนาวเย็นที่สุดในรอบปี คือ ประมาณ 7 – 20 องศา แต่ในบางครั้งอาจลดลงถึง 0 องศา! เดือนที่อากาศหนาวที่สุดคือ เดือนมกราคม บางที่เช่นซาปา มีหิมะตกด้วย ใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ไปเกาหลี ญี่ปุ่น ลองมาเวียดนามดู ก็จะได้บรรยากาศที่สงบ อบอุ่น แสนโรแมนติก ไปอีกแบบ

 

บริเวณเวียดนามกลาง (เว้ ดานัง ฮอยอัน) มี 2 ฤดูหลัก คือ
  1.ฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคมเดือนที่อากาศร้อนที่สุดคือ มิถุนายน-กรกฎาคม อุณหภูมิเกือบ 40 องศา ดังนั้นควรต้องจัดเต็มในส่วนของร่มและอุปกรณ์กันฝน จะนำเทรนด์แฟชั่นเสื้อกันฝนแบบสีสันสดใส ซาบซ่า ขนาดไหนก็ได้
  2.ฤดูแล้ง ระหว่างเดือนตุลาคม-เมษายน เดือนที่อากาศเย็นที่สุด คือ มกราคม อุณหภูมิเกือบ 20 องศา

 

 บริเวณเวียดนามใต้ (นครโฮจิมินห์) มี 2 ฤดูหลัก คือ
1.ฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน เดือนที่ร้อนที่สุดคือ เดือนเมษายน อุณหภูมิประมาณ 39 องศา
2.ฤดูแล้ง ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-เมษายน เดือนที่อากาศเย็นที่สุดคือ มกราคม อุณหภูมิประมาณ 26 องศา

ถามว่าเราจะรู้ได้ยังไงว่าวันไหนฝนจะตก หรือแดดจะออก? ไม่ยากเลยค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทันสมัย ไปไกลไหนต่อไหนแล้วค่ะคุณ จะเช็คทางเว็บไซต์ก็ได้ หรือจะดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นมาเช็คก็ได้เช่นกัน สบายหายห่วง

การศึกษาสภาพอากาศของประเทศเวียดนามก่อนออกเดินทางนั้น มีข้อดีหลายอย่างค่ะ นอกจากจะเป็นประโยชน์ในการวาางแพลนท่องเที่ยว ตามสไตล์คุณแล้ว ยังเป็นประโยชน์ในการจัดกระเป๋าเสื้อผ้าและข้าวของใช้ ให้เหมาะสมอีกด้วย

 

2.รีงิ

มาทำความรู้จักเงินในเวียดนามกันสักหน่อยดีกว่าค่ะ หน่วยเงินที่ใช้ในเวียดนามคือ “เวียดนามดอง” (VND) ดังนั้นก่อนที่จะได้ใช้เงินดอง จึงจำเป็นต้องแลกเงินเสียก่อน

คนไทยส่วนใหญ่จะแลกเงินบาทไทย (THB) เป็นเงินดองเวียดนาม (VND) จากร้านรับแลกเงินในไทยไปเลย ซึ่งสะดวกและรวดเร็วกว่า แต่ถ้าคุณอยากได้ค่าอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate) ที่สูงกว่านั้น! เราแนะนำให้แลกเงินบาทไทย เป็นดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) เสียก่อน จากนั้นให้นำเงินดอลล่าร์ฯ ไปแลกเป็นเงินดองที่สนามบินโหน่ยบ่าย จะได้เรทที่ดีกว่า เมื่อเทียบกับการแลกในไทย

ข้อควรระวัง
แบงค์ 500,000 VND สีคล้ายกับ แบงค์ 20,000 VND
แบงค์ 100,000 VND สีคล้ายกับ แบงค์ 10,000 VND
แบงค์ 50,000 VND สีคล้ายกับ แบงค์ 200,000 VND
แบงค์ 2,000 VND สีคล้ายกับ แบงค์ 1,000 VND

3.รีที่พั 

  เรื่องนี้แหละ สำคัญที่สุด! ถ้าคุณไปกับทัวร์ก็ตัดปัญหาเรื่องการจองที่พักไปได้เลย เพราะทัวร์ส่วนใหญ่จะมีบริการห้องพักรวมไปด้วยอยู่แล้ว หากคุณสนใจการท่องเที่ยวกับบริษัททัวร์เราก็บริการทัวร์ประเทศเวียดนามหลากหลายโปรแกรมให้คุณได้เลือกเพียงเเค่คลิก http://www.inspirationholidaytour.com นอกซะจากว่าคุณจะเดินทางไปเอง จะไปคนเดียว หรือเดินทางเป็นกลุ่มก็แล้วแต่ แนะนำว่าคุณจะต้องจองที่พักไว้ก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาด และเพื่อความชัวร์ว่าจะมีห้องพักแน่นอนเมื่อเดินทางไปถึง หรือหากอยากไปชิคๆ ในสไตล์ Backpacker แบบค่อยเดินไปหาเอาตอนเดินทางไปถึงก็ได้เหมือนกัน แต่ในช่วง High Season (ฤดูหนาว : ช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์) อาจจะต้องเดินขาลากหาห้องกันซักหน่อยเพราะนักท่องเที่ยวจะเยอะมากในช่วงนั้น แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าไม่อยากให้เงินหายไป ฟรีๆ จากกระเป๋า คุณควรเลือกจองกับเว็บไซต์และที่พักที่มีความน่าเชื่อถือได้เท่านั้นนะคะ

 

4.รีทำกัดิ

เพราะ“ทุกชีวิตมีความเสี่ยง” คำคุ้นๆ ที่ติดหูใครหลายคน แต่เราไม่ได้จะมาขายประกันแต่อย่างใด เราแค่จะมาแนะนำว่าคุณควรจะต้องทำประกันการเดินทาง เพราะคุณจะได้มี “ตัวช่วย” หากมีปัญหาเกิดขึ้นระหว่างการท่องเที่ยวก็เท่านั้นเอง ใครจะไปรู้ เผลอๆ เราอาจจะซวยกระเป๋าหายตั้งแต่วันแรกที่เดินทางไปถึงสนามบิน หรืออาจจะโดนยุงที่ทะเลสาบกัด จนป่วยไข้ขึ้นมา คงจะดีกว่าไหม…ถ้าหากมีบริษัทฯมาช่วยคุ้มครองดูแลค่ารักษาพยาบาลในส่วนนี้ไป คุณจะได้หายห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะตามมา เราไม่ได้บังคับให้คุณซื้อนะคะ แต่เราเชื่อว่า“ซื้อไปแล้วไม่ได้ใช้ ดีกว่า ตอนต้องการแล้วไม่มีให้ใช้” ว่าไหมคะ?

หากไม่รู้ว่าจะซื้อประกันภัยของบริษัทอะไรหรือไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นหาจากตรงไหนดี เราแนะนำให้คลิกเข้าไปที่ www.gobear.co.th เว็บไซต์ที่รวบรวมและเปรียบเทียบความคุ้มครองของเหล่าบริษัทประกันภัยการเดินทางที่หลากหลาย อย่าง กรุงเทพประกันภัย, แอกซ่า, ซิกน่า, บูพา, เอ็มเอสไอจี และอลิอันซ์ ซี.พี. ซึ่งในที่นี้เราสามารถเลือกความคุ้มครองได้เองตามที่เราต้องการ โดยราคาก็จะแตกต่างกันออกไป มีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพันเลยทีเดียว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องศึกษาความคุ้มครองอย่างละเอียด ถี่ถ้วน ก่อนตัดสินใจซื้อนะคะ

 

5.สื้ผ้สิ่จำป็

  ถ้านึกภาพไม่ออก ให้นึกถึงสภาพอากาศในช่วงปลายร้อนต้นฝนของประเทศไทย นั่นแหละค่ะ แบบเดียวกันเลย แต่เวียดนามจะหนักหน่อย ยิ่งในช่วงฤดูร้อน เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก สลับกันไปมา เป็นแบบนี้ทั้งวัน และหน้าหนาวของที่นั่นอากาศจะหนาวถึงหนาวจัดมาก ดังนั้นการจัดกระเป๋าเสื้อผ้าจึงควรให้เหมาะสมกับอากาศในช่วงที่เราจะเดินทางไปเที่ยวด้วย เพราะฉะนั้นเราควรเตรียมเสื้อผ้าที่หลากหลายสไตล์เพื่อเตรียมพร้อมกับสภาพอากาศของเวียดนาม

 

6.รีต่ห้ร้

สำหรับเพื่อนบ้านอย่างพวกเราแล้ว การเข้าออกประเทศเวียดนามเป็นเรื่องที่ง่ายมาก (แต่ต้องทำตามกฏระเบียบการเข้าเมืองอย่างถูกต้องเท่านั้นนะคะ) นักท่องเที่ยวไทยสามารถอาศัยอยู่ในประเทศเวียดนามได้เป็นเวลา 30 วัน โดยไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า แต่เอกสารที่สำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาดเลย นั่นก็คือหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต (Passport) ที่อายุเดินทางควรมีมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป และที่สำคัญอย่าลืมตรวจสอบวันหมดอายุให้เรียบร้อยก่อนเดินทางด้วยนะคะ

เอกสารต่างๆ ที่สำคัญอื่นๆ ที่คุณอาจจะต้องเตรียม ก็อย่างเช่น ใบจองโรงแรมหรือที่พัก, สำเนาหนังสือเดินทาง เพราะที่พักส่วนใหญ่ในเวียดนาม พนักงานจะขอหนังสือเดินทางเล่มจริงเก็บไว้ตอนคุณเช็คอิน และจะคืนให้อีกทีหลังจากเช็คเอาท์ ดังนั้นควรถ่ายเอกสารเก็บไว้สัก 1-2 แผ่นนะคะ เผื่อจำเป็นต้องใช้ในสถานที่อื่นๆ

 

7.รีดิ

ถ้าคุณเคยอ่านหนังสือหรือเสริทหาข้อมูลประเทศเวียดนามมาแล้วบ้าง น่าจะรู้ว่าเวียดนามเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายมาก ทั้งวัดวาอาราม โบราณสถาน ที่ล้วนบอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน รวมไปถึงร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านไอศครีมชื่อดังอีกมากมายที่รอคอยให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ แวะไปลิ้มลอง ดังนั้นถ้าหากคุณต้องการเที่ยวเวียดนามแบบประหยัดและสุดคุ้ม อย่างที่ไม่พลาดแม้แต่ซักสถานที่เดียวเลยละก็…คุณก็ต้องเริ่มวางแผนการเดินทางกันหน่อยแล้วล่ะค่ะ

คุณอาจจะเริ่มต้นจากการหาซื้อหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเวียดนามดีๆ สักเล่มมาอ่านหรือจะอ่านจากรีวิวของคนอื่นๆ ที่เคยไปมาแล้วก่อนหน้าก็ได้ (ในนั้นก็จะมีทั้งเรื่องดีและไม่ดี แต่ถ้าคุณตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะไป ก็อย่าไปกลัวค่ะ เพราะเวียดนามไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด) จากนั้นลิสต์สถานที่ๆ คุณอยากจะไปเอาไว้ ในที่นี้ Google map อาจจะช่วยในแผนการเดินทาางของคุณได้ ด้วยการปักหมุดเอาไว้ จากนั้นก็เริ่มวางแผนการเดินทางจากใกล้ไปไกล แบบนี้จะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวของคุณเป็นไปอย่างสะดวกและง่ายมากยิ่งขึ้น…เราเชื่อว่าคุณจะรู้สึกสนุกกับการเดินทางและการพบเจอสถานที่ใหม่ๆ เมื่อเดินทางไปถึงเวียดนามอย่างแน่นอน

 

“ศึกษาให้รู้และอยู่ให้เป็น” เวียดนามมีอะไรให้คุณได้ค้นหาอีกเยอะค่ะ เอกลักษณ์ที่แปลกแตกต่าง จนกลับกลายเป็นเสน่ห์ที่ไม่มีใครเหมือน หวังว่าคุณจะมีประสบการณ์และความประทับใจที่ดีกับประเทศเล็กๆ ที่แสนวุ่นวายแห่งนี้นะคะ

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก   https://blog.favstay.com/th/10-สิ่งที่ต้องเตรียมก่อน

Visitors: 4,635