พระราชวังเชินบรุนน์

พระราชวังเชินบรุนน์ (Schonbrunn Palace)

ภาพพระราชวังเชินบรุนน์ (Schonbrunn Palace)
อนุสรณ์สถานทางศิลปะและวัฒนธรรมแห่งประเทศออสเตรีย

          ด้านนอกประตูทางเข้าพระราชวังเป็นลานหินกว้างดูโล่ง มีเสาคู่ที่ด้านบนส่วนยอดมีนกอินทรีย์ซึงเป็นสัญญาลักษณ์องราชวงศ์ฮับส์บวร์ก สิ่งก่อสร้างดูเรียบๆแบบธรรมดา

          เดินเข้ามาภายในจะพบกับลานกว้างที่เบื้องหน้าคือตัวพระราชวัง

           โบสถ์ ปราสาท รวมทั้งพระราชวัง ต่างๆเหล่านี้ต่างก็มีมนต์ขลังของความสูงส่งในแบบที่เจ้าของพยายามสะท้อนออกมาผ่านสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนบอกถึงอำนาจของเมืองหรือผู้ปกครองในช่วงระยะเวลานั้นๆ

           พระราชวังเชินน์บรุนน์ (Schonbrunn Palace) ก็เป็นหนึ่งในพระราชวังของยุโรป ถือว่าเป็น THE MUST ที่ต้องไปเยือน Schonbrunn Palace เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากในกรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ออกแบบโดย Johann Bernhard Fischer von Erlach และ Nicolaus Pacassi เป็นสถานที่รวบรวมผลงานทางศิลปะการตกแต่งชั้นเยี่ยมจำนวนมาก

           ในอดีตพระราชวังเชินบรุนน์เคยเป็นที่ประทับฤดูร้อนของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 จนถึง ค.ศ. 1918  ตัวอาคารพระราชวังหลวงแห่งเชินบรุนน์ บริเวณโดยรอบ และอาคารใกล้เคียง คือ อนุสรณ์สถานทางศิลปะและวัฒนธรรมแห่งสำคัญของยุคบาร็อก

           เชินบรุนน์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ในปี ค.ศ. 1996 เป็นพระราชวังที่มีต้นแบบมาจากพระราชวังแวร์ซายส์ในฝรั่งเศส ประกอบด้วยตัวปราสาท อุทยาน และสวนสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

           เมื่อผ่านประตูทางเข้าไปในส่วนพระราชอุทยานด้านหลัง จะเห็นสวนกว้างใหญ่โตสุดลูกหูลูกตา สวนส่วนใหญ่เป็นแบบเรียบง่าย เต็มไปด้วยพันธ์ไม้ดอกต่างๆ เสียดายที่เดือนเมษายนยังไม่ถึงฤดูดอกไม้บาน

           นอกจากสวนสวยที่กว้างใหญ่แล้ว ยังมีน้ำพุ ซากอาคารโรมันจำลอง รูปปั้นหินแกะสลัก ทางด้านขวามือคือสวนสัตว์เวียนนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

        น้ำพุเทพเนปจูนแบบโรมัน ส่วนหลังสุดบนเนินคือโกลเรียตต์ (Gloriette)

        ส่วนสำคัญที่สุดของอุทยานคืออาคารด้านหลังสุด ชื่อว่าโกลเรียตต์ (Gloriette) ตั้งอยู่บนยอดเนินที่สามารถมองได้รอบทิศ ตัวอาคารประกอบด้วยซุ้มโค้ง 11 ซุ้ม รองรับด้วยเสาดอริกแบบกรีก  ยอดบนสุดของอาคารสร้างเป็นรูปนกอินทรีเหยียบลูกโลก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์ฮับส์บวร์ก

        หลังจากชมพระราชวัง แนะนำให้ออกแรงเดินขึ้นเนินโกลเรียตต์ (Gloriette) ซึ่งเป็นเนินอยู่ในสวนสวยด้านหลังปราสาทเพื่อขึ้นไปชมวิวจามุมสูง ถ้าใครไม่อยากเดินก็มีรถให้บริการรับส่งถึงบนเนิน

        โกลเรียตต์ (Gloriette) ที่อยู่เหนือพระราชวังมีลานกว้างมองเห็นทิวทัศน์เมืองเวียนนาเยี่ยง "จักรพรรดิ" ได้ทุกทิศทาง

       จาก โกลเรียตต์ (Gloriette) มองกลับมาจะเห็นปราสาทเชินบรุนน์และกรุงเวียนนาอยู่เบื้องหน้า

        การเที่ยวชมพระราชวังและห้องสำคัญต่างๆภายใน จะช่วยให้มองเห็นภาพวิถีชีวิตของผู้ปกครองยุคบาร็อกได้เป็นอย่างดี

          ตัวปราสาทประกอบด้วยห้องทั้งหมด 1,441 ห้อง แต่เปิดให้คนทั่วไปชมเพียง 40 ห้อง พระนางมาเรีย เทเรซา โปรดให้ปรับเปลี่ยนพระราชวังหลังเดิมให้เป็นพระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์ฮับส์บวร์กในศิลปะแบบรอคโคโค (Rococo) อย่างหรูหราวิจิตรพิสดาร

           ที่ส่วนบนสุดของหลังคาพระราชวังเชินน์บรุนน์ จะเห็นสัญญาลักษณ์ประจำราชวงศ์ฮับส์บูร์กคือรูปนกอินทรีย์ รูปนี้จะเห็นนกอินทรีย์มีสองหัว เนื่องจากขณะนั้นราชวงศ์ฮับส์บวร์กเจริญสุดขีดได้ปกครองทั้งออสเตรียและฮังการี่ นกอินทรีย์สองหัวจึงหมายถึงว่าทั้งออสเตรียและฮังการี่เป็นพี่น้องกัน

         การเข้าชมพระราชวังเชินน์บรุนน์ด้านในถือว่าเป็น ไฮไล้ท์ ที่ไม่ควรพลาด บัตรเข้าชมมีให้เลือกหลายราคา ทั้งนี้ควรเลือกซื้อบัตรเข้าชมแบบชมห้อได้ครบเต็มที่ในจำนวนสี่สิบห้อง ไม่ใช่แค่ยี่สิบสองห้อง เพราะตั๋วแบบชมเพียงยี่สิบสองห้องเป็นแค่การชมแบบฉาบฉวย ไม่ได้สะท้อนให้เห็นว่าพระราชวัง

         แห่งนี้ยิ่งใหญ่เพียงใด และไม่ได้เผยความลับให้คุณเห็นชีวิตส่วนตัวของจักรพรรดิแห่งยุโรปแต่อย่างใด เพราะต่อจากห้องที่ยี่สิบสอง มันคือห้องส่วนตัวของเจ้าผู้สูงส่งในขณะนั้น เห็นแล้วตื่นตาตื่นใจคุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายประมาณหนึ่งพันบาท

          รีวิวนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการไปเที่ยวยังพระราชวังเชินบรุนน์ หากผู้อ่านสนใจอยากไปสัมผัสความสวยงามและอลังการดีๆ และกำลังหาทัวร์ดีๆ ราคาเหมาะสม สามารถ คลิ๊กที่นี้ ได้เลย!!!

 

    ขอขอบคุณบทความรีวิวสถานที่ท่องเที่ยว และภาพถ่ายีวิวสถานที่สวยๆ จาก : http://2g.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11592318/E11592318.html

 

Visitors: 4,636